ข้อมูลทั่วไป
ห้องสมุดโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน
ประวัติห้องสมุดโรงเรียนสาธิต มศว ปทุมวัน
ห้องสมุดเป็นนวัตกรรมสำคัญส่วนหนึ่งของการศึกษาแผนใหม่ ได้รับการก่อตั้งขึ้นพร้อมกับหน่วยสาธิตในแผนกฝึกหัดครูมัธยม โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา โดยใช้ห้องปีกขวาของอาคารเรียนหลังแรกที่เรียกกันว่า “เรือนเหลือง” (ตั้งอยู่ระหว่างหลังโรงอาหารเตรียมฯกับบ่อสองสมัยนั้น ปัจจุบันบ่อสองถูกถมเป็นที่ตั้งตึก 9 และสนามหน้าตึก 60 ปี เตรียมอุดมศึกษา) มีพื้นที่ความจุประมาณ 30 ที่นั่ง และในฐานะที่เป็นหน่วยงานเดียวกัน สาธิตปทุมวันจึงมีส่วนได้รับการจัดสรรหนังสือสำหรับห้องสมุดเช่นเดียวกับโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ซึ่งขณะนั้นมีประมาณ 300 เล่ม
ต่อมาใน พ.ศ.2498 เมื่อแผนกฝึกหัดครูมัธยม โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา(ฝ.ค.ต.อ) ได้รับการยกฐานะเป็นวิทยาลัยวิชาการศึกษาปทุมวัน สังกัดวิทยาลัยวิชาการศึกษา กรมการฝึกหัดครู กระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งมีผลให้หน่วยสาธิต เปลี่ยนฐานะเป็นโรงเรียนมัธยมสาธิต วิทยาลัยวิชาการศึกษาปทุมวัน แต่ยังคงใช้อาคารสถานที่เดิม จนถึง พ.ศ.2499 จึงย้ายห้องสมุดไปที่ห้องโถงชั้นสองของตึก 4 เตรียมอุดมศึกษา (คืออาคารห้องสมุดเตรียมอุดมศึกษาในปัจจุบัน) ซึ่งมีที่อ่านหนังสืออย่างน้อย 50 ที่นั่ง โดยมีห้องสมุดวิทยาลัยวิชาการศึกษา ปทุมวัน รวมอยู่ด้วย เนื่องจากวิทยาลัยฯ ยังไม่มีสถานที่ของตนเอง
ต้น พ.ศ.2500 โรงเรียนได้ส่งบรรณารักษ์เข้ารับการอบรมวิชาการจัดห้องสมุดระบบใหม่ประจวบกับได้รับความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดห้องสมุดจากมหาวิทยาลัยอินเดียนาตามโครงการ Counterpart Fund แห่งสัญญาความร่วมมือทางวิชาการระหว่างรัฐบาลไทยและวิทยาลัยวิชาการศึกษา กับมหาวิทยาลัยอินเดียนาและรัฐบาลสหรัฐอเมริกา ทำให้ห้องสมุดสาธิตปทุมวัน มีหนังสือภาษาต่างประเทศในสาขาวิชาการต่างๆ ตลอดจนอุปกรณ์และวัสดุห้องสมุดที่ทันสมัยเป็นจำนวนมากจากสหรัฐอเมริกา (เริ่มต้นปีการศึกษา 2500 ครบสัญญาฯ พ.ศ.2503)
มิถุนายน 2501 ย้ายห้องสมุดจากชั้นสองของตึก 4 ไปที่ชั้นสองอาคารไม้สองชั้นที่สร้างขึ้นใหม่เมื่อ พ.ศ.2500 มีขนาด 2 ห้องเรียนหรือประมาณ 7 x 20 เมตร ส่วนห้องสมุดวิทยาลัยวิชาการศึกษา แยกไปที่ชั้นหนึ่งตึก 5 (ปัจจุบันเป็นอาคารศิลปกรรม 3 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย)
นับแต่นั้นเป็นต้นมา กิจการห้องสมุดได้รับการพัฒนาเข้าสู่คุณภาพมาตรฐานสากล ทั้งระบบการจัดห้องสมุดและในด้านบริการ จนเป็นที่รู้จักของบุคคลภายนอกซึ่งสถาบันต่าง ๆ รวมทั้งสมาคมห้องสมุดแห่งประเทศไทยได้ขอนำผู้เข้ารับการอบรมวิชาบรรณารักษศาสตร์ มาเยี่ยมชมและถ่ายทำภาพนิ่ง ภาพยนตร์ ไปเผยแพร่ทางวิทยุโทรทัศน์ ในรายการห้องสมุดตัวอย่างระดับโรงเรียน ทำให้บรรณารักษ์โรงเรียนต่าง ๆ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดสนใจ ขอเข้าชมกิจการตลอดจนโรงเรียนเอกชนขอส่งครูบรรณารักษ์มาฝึกงานทั้งระยะสั้นระยะยาว รวมทั้งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้นำนิสิตแผนกวิชาบรรณารักษศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ มาดูงานและฝึกงานห้องสมุดโรงเรียนเป็นประจำ ในส่วนการเป็นศูนย์กลางบริการทางการศึกษา โรงเรียนยังได้ริเริ่มจัดให้มีชั่วโมงการศึกษาค้นคว้าสำหรับนักเรียน (Study hours) เพื่อให้นักเรียนรู้จักวิธีใช้ห้องสมุดตามหลักวิชาบรรณารักษศาสตร์ (มีสาระทำนองเดียวกันกับวิชาห้องสมุดตามหลักสูตรปัจจุบัน) ส่งเสริมการค้นคว้าด้วยตนเอง การจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน บริการตอบคำถามและช่วยการค้นคว้า ตลอดจนกิจกรรมเผยแพร่อื่น ๆ เช่น นิทรรศการ และงานสัปดาห์ห้องสมุด เป็นต้น พ.ศ.2503 โรงเรียนได้ขยายห้องสมุดให้กว้างขวางยิ่งขึ้น เพื่อจัดบริการให้เพียงพอกับจำนวนนักเรียน โดยต่อเติมอาคารไม้สองชั้นออกไปทางบันไดด้านทิศตะวันตก ให้พื้นที่ซึ่งมีความกว้างประมาณ 8 เมตร ยาวมากกว่า 30 เมตร บรรยากาศโปร่ง สงบ ภูมิสวยงาม บนชั้นสองเกือบทั้งชั้น (ยกเว้นช่วงท้ายสุดกว้างประมาณ 3 เมตร ใช้ตู้หนังสือกั้นชั่วคราวเป็นห้องอัดสำเนา) เป็นห้องสมุดแห่งใหม่ เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2504 และต่อมายังได้ต่อเติมระเบียงตลอดแนวด้านสนามฟุตบอลเพื่อใช้เป็นห้องอ่านหนังสือ วารสาร หนังสือพิมพ์ และห้องเก็บของ
พ.ศ.2518 โรงเรียนสร้างอาคารสี่ชั้น (ปัจจุบันอาคารสาธิตปทุมวัน 5) จึงย้ายห้องสมุดไปที่ชั้น 3 เมื่อเมษายน 2519 เพื่อเตรียมปรับปรุงอาคารไม้ที่ห้องสมุดเดิมเป็นอาคารพลศึกษา ใน พ.ศ.2520 ห้องสมุดใหม่นี้มีพื้นที่บริการขนาดกว้าง 8 เมตร ยาว 30 เมตร พื้นที่ปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ขนาด 5 x 6 ตารางเมตร และพื้นที่อ่านหนังสือประมาณ 110 ที่นั่ง อย่างไรก็ตามเมื่อมีนักเรียนเพิ่มมากขึ้น ห้องสมุดก็จำเป็นต้องพัฒนาคุณภาพและบริการให้ทันต่อความก้าวหน้าทางวิทยาการยุคใหม่ ซึ่งจำเป็นต้องมีพื้นที่เพิ่มขึ้นโดยปริยาย ดังนั้น เมื่อโรงเรียนสร้างอาคารสี่ชั้นหลังใหม่แทนที่เรือนไม้สองชั้นเดิม ในปี พ.ศ.2531 (ปัจจุบันคือ อาคารสาธิตปทุมวัน 4) จึงออกแบบโครงสร้างและองค์ประกอบเพื่อรับโครงการพัฒนาห้องสมุดไว้ที่บนชั้น 3 มีเนื้อที่กว้างยาวตลอดทั้งชั้นของอาคาร
พ.ศ.2539 ปรับปรุงส่วนหนึ่งของสมุด เป็นห้องเรียนชั่วคราวของโครงการนักเรียนผู้มีความสามารถพิเศษทางภาษาอังกฤษ (EPTS) ถึง พ.ศ.2543 และได้ปรับขยายครอบคลุมพื้นที่ห้องประชุม และห้องเรียนดังกล่าว เป็นห้องอ่านหนังสืออีกครั้งหนึ่งใน พ.ศ.2546
ปัจจุบันได้ส่งเสริมการค้นคว้าและค้นหาหนังสือจากคอมพิวเตอร์ มีการจัดบริการห้องวีดิทัศน์ CD-ROM และสื่ออื่น ๆ นอกจากนี้ยังมีโครงการใหม่ ๆ ที่จะเป็นโครงการพัฒนาห้องสมุดให้ดียิ่งขึ้นไปอีกหลายโครงการ เพื่อให้ห้องสมุดโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน เป็นศูนย์รวมการศึกษาค้นคว้าและวิจัยที่ทันสมัยเหมาะสมกับยุคโลกาภิวัตน์ ซึ่งนอกจากสื่อสิ่งพิมพ์จำนวนมาก ตลอดจนสื่อเสียงและภาพแล้ว ยังสามารถค้นหาข้อมูลข้อสนเทศหลากหลายได้เพียงการ “คลิกและเคาะ” จากคอมพิวเตอร์ที่จัดไว้เป็นอีกบริการหนึ่งของห้องสมุด.
ห้องสมุดโรงเรียนสาธิต มศว ปทุมวัน ในปัจจุบันเป็นศูนย์กลางการเรียนการสอน จึงขอสรุปหน้าที่และวัตถุประสงค์ไว้ดังนี้
1. เตรียมนโยบายและโสตทัศนวัสดุเพื่อส่งเสริมหลักสูตรนโยบายและโครงการของโรงเรียนให้บรรลุตามจุดมุ่งหมายที่วางไว้
2. เปิดโอกาสให้นักเรียนเลือกศึกษาค้นคว้าตามความสนใจ ความต้องการและความสามารถของแต่ละบุคคล เพื่อความเจริญงอกงามของสติปัญญาและจิตใจ
3. ส่งเสริมและแนะนำการอ่านแก่นักเรียน ให้นักเรียนสามารถหาความสุขและความเพลิดเพลินจากการอ่านรวมทั้งจิตวิญญาณในการอ่าน
4. เตรียมนักเรียนให้มีประสบการณ์ในการใช้ห้องสมุด เพื่อสร้างนิสัยรักการอ่านและค้นคว้าเพื่อการศึกษาตลอดชีวิต
5. ให้นักเรียนเกิดทักษะในการใช้หนังสือและโสตทัศนวัศดุ เพื่อประโยชน์ในการศึกษาค้นคว้า
6. ให้บริการและความสะดวกแก่อาจารย์ในการเลือกใช้หนังสือและวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ ในห้องสมุดเพื่อประโยชน์ในการสอน